Top
บทความ
หมวดหมู่
AHU ทำความเย็นอย่างไรให้ความชื้นลดลง?
รายละเอียด :

AHU ทำความเย็นอย่างไรให้ความชื้นลดลง?

AHU (Air Handling Unit) คือ ชุดคอยล์เย็นขนาดใหญ่ที่ใช้พัดลมกำลังสูงในการหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร โดยหัวใจสำคัญคือการนำความร้อนออกจากอากาศผ่าน "คอยล์เย็น" (Cooling Coil) ที่มีน้ำเย็นหรือน้ำยาแอร์ไหลเวียนอยู่ภายใน

ขั้นตอนการทำงานของ AHU เพื่อสร้างความเย็น

กระบวนการทำงานของ AHU สามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้ค่ะ:

  1. การรับอากาศ (Air Intake & Mixing)

เครื่องจะเริ่มจากการดูดอากาศ 2 ส่วนมาผสมกัน:

  • Return Air: อากาศเดิมที่อยู่ในห้องซึ่งเริ่มมีความร้อนสะสม
  • Fresh Air: อากาศบริสุทธิ์จากภายนอก (นำมาเติมเพื่อลดค่า CO2)
  1. การกรองอากาศ (Filtration)

อากาศที่ผสมกันแล้วจะถูกผลักผ่าน Air Filter (แผ่นกรองฝุ่น) เพื่อดักจับสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง หรือเชื้อโรค (ในกรณีที่เป็นห้อง Clean Room จะใช้แผ่นกรองแบบ HEPA) เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่จะส่งไปนั้นสะอาดจริง ๆ

  1. การแลกเปลี่ยนความร้อน (Cooling Process)

นี่คือขั้นตอนที่ทำให้เกิดความเย็นค่ะ อากาศที่สะอาดแล้วจะไหลผ่าน Cooling Coil ซึ่งข้างในจะมีน้ำเย็น (Chilled Water) ที่มาจากเครื่องทำน้ำเย็น (Chiller) หรือน้ำยาแอร์ไหลวนอยู่

  • อากาศร้อนจะถ่ายเทความร้อนให้กับคอยล์เย็น
  • ความชื้นในอากาศจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ (ลงสู่ถาดน้ำทิ้ง) ทำให้อากาศที่ออกมานอกจากจะเย็นแล้วยังมีความชื้นที่เหมาะสมด้วย
  1. การจ่ายลมเย็น (Air Supply)

เมื่ออากาศเย็นและสะอาดได้ที่แล้ว Blower (พัดลมส่งลม) จะทำหน้าที่เป่าลมเย็นนี้ผ่าน Duct (ท่อลม) กระจายไปตามจุดต่างๆ ของอาคารตามที่ต้องการ

 AHU (Air Handling Unit) หรือ หน่วยปรับอากาศ คือหัวใจหลักของระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ หน้าที่ของมันไม่ใช่แค่ทำลมให้เย็นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกรองอากาศ เติมลมสะอาดจากภายนอก และที่สำคัญที่สุดคือ การควบคุมความชื้น (Humidity Control)

 กลไกการลดความชื้นของ AHU

โดยปกติแล้ว AHU จะลดความชื้นผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "Dehumidification by Cooling" หรือการทำให้ไอน้ำในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำด้วยความเย็นค่ะ มีขั้นตอนดังนี้:

  1. กระบวนการทำให้เกิดจุดน้ำค้าง (Dew Point)

เมื่ออากาศร้อนชื้นถูกดูดเข้ามาในเครื่อง AHU ลมจะไหลผ่าน Cooling Coil (คอยล์เย็น) ซึ่งภายในมีน้ำเย็น (Chilled Water) หรือสารทำความเย็นไหลเวียนอยู่ อุณหภูมิที่ผิวคอยล์จะถูกตั้งไว้ให้ ต่ำกว่าจุดน้ำค้าง ของอากาศในขณะนั้น

หลักการ: เมื่ออากาศสัมผัสกับความเย็นจัด ไอน้ำที่แฝงอยู่ในอากาศจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นหยดน้ำ (Condensation) เกาะอยู่ตามแผงคอยล์ เหมือนกับเวลาเราตั้งแก้วน้ำแข็งทิ้งไว้แล้วมีหยดน้ำเกาะข้างแก้วนั่นเองค่ะ

  1. การแยกหยดน้ำออกจากกระแสลม

หยดน้ำที่เกาะอยู่บนคอยล์จะไหลลงสู่ Drain Pan (ถาดรับน้ำทิ้ง) และถูกระบายออกไปนอกระบบ ส่งผลให้อากาศที่ไหลผ่านคอยล์ออกมามีความชื้นสัมพัทธ์ลดลง (อากาศแห้งขึ้น)

  1. การอุ่นลมกลับ (Reheating)

ในบางครั้ง อากาศที่ผ่านการรีดความชื้นออกมาจะมีอุณหภูมิต่ำเกินไปจนหนาวสั่น ระบบ AHU รุ่นที่เน้นคุมความชื้นแม่นยำจะมี Reheat Coil เพื่ออุ่นอากาศให้ร้อนขึ้นเล็กน้อยก่อนส่งเข้าห้อง เพื่อให้ได้ทั้งอุณหภูมิและความชื้นที่พอดีตามต้องการ

ข้อจำกัดของการลดความชื้นด้วยระบบ AHU

แม้ว่าระบบจัดการอากาศหรือ AHU (Air Handling Unit) จะมีหน้าที่หลักในการปรับอากาศให้เย็น และมี "ผลพลอยได้" คือการลดความชื้นในอากาศผ่านกระบวนการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ (Condensation) แต่ในเชิงวิศวกรรมปรับอากาศ การพึ่งพา AHU เพียงอย่างเดียวเพื่อควบคุมความชื้นก็มีข้อจำกัดที่สำคัญหลายประการ ซึ่งผู้ใช้อาคารและผู้ออกแบบระบบจำเป็นต้องทำความเข้าใจ ดังนี้

  1. ปัญหาการทำความเย็นมากเกินไป (Overcooling) หลักการลดความชื้นของ AHU คือการบังคับลดอุณหภูมิของอากาศให้ต่ำกว่า "จุดน้ำค้าง" (Dew Point) เพื่อให้น้ำที่ปะปนอยู่ในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำทิ้งไป ในกรณีที่สภาพอากาศภายนอกมีความชื้นสูงมาก เครื่องจะต้องพยายามทำความเย็นให้ต่ำลงไปอีกเพื่อรีดความชื้น ส่งผลให้อากาศที่จ่ายออกมาในห้องเย็นเกินความจำเป็น ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกหนาวสั่นและไม่สบายตัว
  2. สิ้นเปลืองพลังงานจากการทำความร้อนซ้ำ (Reheat Energy Waste) เพื่อแก้ปัญหา Overcooling ในข้อแรก ระบบ AHU ในหลายอาคารจำเป็นต้องติดตั้งขดลวดทำความร้อน (Heater) เพื่ออุ่นอากาศที่เย็นเฉียบให้กลับมาสู่อุณหภูมิที่สบายก่อนจ่ายเข้าห้อง การทำงานรูปแบบนี้เรียกว่า "Subcool and Reheat" ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล เพราะอาคารต้องจ่ายทั้งค่าไฟเพื่อทำความเย็น และค่าไฟเพื่อทำความร้อนในเวลาเดียวกัน
  3. ไม่สามารถรับมือกับความชื้นสูงในวันที่อากาศเย็นได้ดีนัก ภาระการปรับอากาศแบ่งเป็น Sensible Load (ความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเปลี่ยน) และ Latent Load (ความร้อนแฝงที่เกิดจากความชื้น) ในช่วงหน้าฝน อุณหภูมิภายนอกมักจะไม่สูงมาก แต่ความชื้นกลับสูงจัด เมื่อเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิในห้องพบว่า "ห้องเย็นแล้ว" ก็จะสั่งให้ AHU ลดการทำงานลง หรือหรี่วาล์วน้ำเย็นลง ทำให้ระบบหยุดดึงความชื้นไปด้วย ผลที่ตามมาคือห้องจะมีสภาพ "เย็นแต่ชื้นเหนอะหนะ" (Cold and Clammy)
  4. ขีดจำกัดของอุณหภูมิน้ำเย็น (Chilled Water Temperature Limits) การจะดึงความชื้นออกจากอากาศได้มาก ๆ คอยล์เย็นต้องมีอุณหภูมิต่ำมาก แต่ในทางปฏิบัติ เราไม่สามารถลดอุณหภูมิของน้ำเย็นในระบบได้ต่ำจนเกินไป เพราะหากผิวคอยล์เย็นจัดจนถึงจุดเยือกแข็ง จะทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะที่คอยล์ (Coil Freezing) ซึ่งจะไปบล็อกทางเดินอากาศและทำให้ระบบปรับอากาศล้มเหลวในที่สุด

ทางออกและบทสรุป

สำหรับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมความชื้นอย่างเข้มงวด เช่น ห้องผ่าตัด โรงงานผลิตยา หรือห้อง Clean Room การพึ่งพาระบบ AHU แบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ วิศวกรจึงมักแนะนำให้ใช้ระบบที่ออกแบบมาเฉพาะ เช่น เครื่องดูดความชื้น เข้ามาช่วยทำงานร่วมกับ AHU เพื่อแยกการจัดการความร้อนและความชื้นออกจากกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกระบบลดความชื้นให้เหมาะสมนั้น หัวใจสำคัญคือการเข้าใจ "เป้าหมาย" ของพื้นที่นั้นๆ ค่ะ ว่าเราต้องการแค่ความสบายทั่วไป หรือต้องการความแห้งระดับพิเศษ ลองมาดูเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดของการลดความชื่นด้วยระบบ AHU เครื่องลดความชื้นชนิด Desiccant และเครื่องลดความชนิด Refrigerant

ตารางสรุปเปรียบเทียบ 3 ระบบลดความชื้น

หัวข้อการเปรียบเทียบ

1. ระบบ AHU (Cooling Coil)

2. Refrigerant Dehumidifier

3. Desiccant Dehumidifier

หลักการทำงาน

น้ำเย็น/น้ำยาแอร์ ดึงความร้อนและความชื้น

(คายความร้อนทิ้งนอกอาคาร)

คอมเพรสเซอร์ทำความเย็นเพื่อดึงน้ำออก แล้วใช้ความร้อนจากคอยล์ร้อนอุ่นลมกลับ

วงล้อสารดูดความชื้นดูดซับไอน้ำ และใช้ฮีตเตอร์เป่าไล่ความชื้นทิ้ง

อุณหภูมิลมที่จ่ายออกมา

เย็นลง และชื้นน้อยลง

อุ่นขึ้น (สูงกว่าอุณหภูมิห้องเล็กน้อย)

อุ่นขึ้น และแห้งจัด

ระดับความชื้นที่ทำได้

ปานกลาง (ประมาณ 50-60% RH)

ต่ำ (ประมาณ 40-50% RH)

ต่ำมาก (ระดับ <1% ถึง 30% RH) ขึ้นอยู่กับโครงสร้างห้อง

ความเหมาะสมของพื้นที่

อาคารทั่วไปที่เน้นคนอยู่สบาย (ห้าง, ออฟฟิศ)

สระว่ายน้ำในร่ม, โกดังเก็บของ, ห้องใต้ดิน

โรงงานยา, แบตเตอรี่ EV, ห้องเย็นจัดติดลบ

การปิด-เปิดระบบ

โฟกัสในส่วนของการทำความเย็นดังนั้น ความชื้นสูงขึ้นทันทีเมื่อปิดระบบ เช่นความชื้นสูงในช่วงเวลากลางคืนที่ปิดระบบ AHU

สามารถเปิดระบบไว้ได้ 24 ชั่วโมง เครื่องจะทำงานอัตโนมัติเมื่อพบว่าความชื้นสูงกว่าเป้าหมาย

สามารถเปิดระบบไว้ได้ 24 ชั่วโมง เครื่องจะทำงานอัตโนมัติเมื่อพบว่าความชื้นสูงกว่าเป้าหมาย

ข้อจำกัด

ระบบช่วยลดความชื้นจากการเติมอากาศแต่ไม่สามารถกำจัดความชื้นที่มีอยู่แล้วภายในอาคารออกไปได้ เช่น ความชื้นจากวัสดุภายใน ความชื้นสะสม ความชื้นจากคน ต้นไม่ สัตว์ สิ่งของ หรือกิจกรรมภายในอาคาร

สามารถขจัดความชื้นจาก อากาศที่เติมเข้ามาภายในอาคาร ความชื้นจากวัสดุภายใน ความชื้นสะสม ความชื้นจากคน ต้นไม่ สัตว์ สิ่งของ หรือกิจกรรมภายในอาคารออกไปได้

สามารถขจัดความชื้นจาก อากาศที่เติมเข้ามาภายในอาคาร ความชื้นจากวัสดุภายใน ความชื้นสะสม ความชื้นจากคน ต้นไม่ สัตว์ สิ่งของ หรือกิจกรรมภายในอาคารออกไปได้

ข้อสรุปในการเลือกระบบลดความชื้นภายในอาคาร

  1. การลดความชื้นด้วยระบบ AHU (Air Handling Unit)

ระบบนี้คือการใช้ "คอยล์เย็น" ของระบบปรับอากาศหลักของอาคารในการดึงความชื้นพร้อมๆ กับการทำความเย็น

  • ข้อดี:
    • ประหยัดต้นทุนเริ่มต้น: เป็นระบบที่อาคารต้องติดตั้งเพื่อทำความเย็นอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อเครื่องจักรแยกต่างหาก
    • ตอบโจทย์ความสบายสูงสุด: ให้ทั้งลมเย็นและความชื้นที่พอดีสำหรับมนุษย์ (Comfort Zone)
    • ดูแลรักษาง่าย: ช่างทั่วไปมีความชำนาญในการดูแลและซ่อมบำรุง
  • ข้อเสีย:
    • ควบคุมความชื้นได้ไม่แม่นยำ: ในวันที่อากาศเย็นแต่ชื้นจัด (ฝนตก) ระบบจะลดการทำความเย็นลง ทำให้ไม่ได้ดึงความชื้นออก เกิดภาวะ "เย็นแต่เหนอะหนะ"
    • เปลืองพลังงานหากต้องคุมความชื้น: หากตั้งเป้าหมายความชื้นไว้ต่ำ ต้องทำลมให้เย็นจัด (Overcooling) แล้วใช้ฮีตเตอร์อุ่นลมกลับ (Reheat) ซึ่งสิ้นเปลืองค่าไฟมาก
  • ข้อจำกัด:
    • ไม่สามารถลดความชื้นในระดับที่ต่ำมากๆ ได้ เพราะอุณหภูมิน้ำเย็นมีขีดจำกัด หากเย็นเกินไปน้ำแข็งจะเกาะคอยล์ (Coil Freezing)
  1. เครื่องลดความชื้นแบบทำความเย็น (Refrigerant / Compressor Type)

เครื่องนี้ทำงานคล้ายแอร์บ้าน แต่จับเอา "คอยล์เย็น" (ตัวดึงน้ำ) และ "คอยล์ร้อน" (ตัวเป่าลมร้อน) มาไว้ในเครื่องเดียวกัน ลมที่ดูดเข้ามาจะถูกทำให้เย็นจนน้ำกลั่นตัว แล้ววิ่งผ่านคอยล์ร้อนเพื่ออุ่นกลับก่อนเป่าออกมา

  • ข้อดี:
    • ประหยัดพลังงานในเขตร้อนชื้น: ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงมากและกินไฟน้อยเมื่ออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูง
    • คุ้มค่าการลงทุน: ราคาเครื่องและค่าติดตั้งถูกกว่าแบบวงล้อดูดซับ (Desiccant) ค่อนข้างมาก มีตั้งแต่ขนาดเล็กตั้งพื้นไปจนถึงแขวนฝ้า
    • ไม่ต้องเจาะท่อทิ้งลมร้อน: ไม่เหมือนแบบวงล้อที่ต้องมีท่อเป่าลมชื้นทิ้งออกไปนอกอาคาร (ยกเว้นท่อน้ำทิ้งที่ต้องมี)
  • ข้อเสีย:
    • เพิ่มภาระความร้อนให้ห้อง: ลมที่เป่าออกมาจะ "อุ่นกว่า" ลมที่ดูดเข้าไปเล็กน้อย หากใช้ในห้องที่ต้องการความเย็น แอร์หลักจะต้องรับโหลดความอุ่นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้
    • มีเสียงดัง: มีการทำงานของคอมเพรสเซอร์อยู่ภายในตัวเครื่อง ทำให้มีเสียงดังกว่าระบบอื่น
  • ข้อจำกัด:
    • แพ้อากาศเย็น: ประสิทธิภาพจะตกลงอย่างมากเมื่ออุณหภูมิห้องต่ำกว่า 15°C เพราะน้ำแข็งจะเริ่มเกาะคอยล์ ทำให้เครื่องต้องหยุดทำงานเพื่อละลายน้ำแข็งบ่อยครั้ง
  1. เครื่องลดความชื้นแบบวงล้อดูดซับ (Desiccant Type)

ระบบนี้ไม่พึ่งพาความเย็นเลย แต่ใช้ "วัสดุดูดความชื้น" (เช่น ซิลิกาเจล) ที่หมุนเป็นวงล้อดักจับไอน้ำไว้ แล้วใช้ลมร้อนจัด (Regeneration air) เป่าไล่ความชื้นนั้นทิ้งออกไปนอกห้อง

  • ข้อดี:
    • ทำความชื้นได้ต่ำทะลุขีดจำกัด: สามารถสร้างอากาศที่ "แห้งสนิท" (Super Dry) ได้สบายๆ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฉพาะทาง
    • ทำงานได้ดีในอุณหภูมิติดลบ: ไม่สนใจว่าอากาศจะเย็นแค่ไหน ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำแข็งเกาะคอยล์ จึงเป็นพระเอกในห้องเย็น (Cold Room)
    • ความชื้นคงที่: แยกการจัดการความชื้นออกจากการทำความเย็นอย่างเด็ดขาด ทำให้คุมความชื้นได้นิ่งและแม่นยำมาก
  • ข้อเสีย:
    • ลมที่ออกมามีความร้อนสะสม: ลมแห้งที่จ่ายเข้าห้องจะมีอุณหภูมิอุ่น
  • ข้อจำกัด:
    • ต้นทุนสูงและติดตั้งซับซ้อน: ราคาเครื่องแพงกว่าทุกระบบ และต้องการการเดินท่อลมที่ซับซ้อน

 แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • ASHRAE Handbook - Fundamentals: สมาคมวิศวกรการทำความร้อน ความเย็น และการปรับอากาศแห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE) ได้อธิบายถึงหลักการของ Psychrometrics และข้อจำกัดของการใช้ Cooling Coil พื้นฐานในการจัดการ Latent Load
  • Trane Engineers Newsletter (Topic: Dehumidification in HVAC Systems): เอกสารทางวิศวกรรมที่อธิบายถึงปัญหา Overcooling และความสิ้นเปลืองพลังงานจากกระบวนการ Subcool and Reheat ในระบบ AHU ทั่วไป
  • Carrier Air Conditioning System Design Manual: คู่มือการออกแบบระบบปรับอากาศมาตรฐานสากล ที่ระบุถึงข้อจำกัดของการควบคุมอุณหภูมิและจุดน้ำค้างเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาคอยล์เป็นน้ำแข็ง (Coil Freezing)

 หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบทความนี้ หรือสนใจสอบถามรายละเอียดสินค้าและบริการ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรายินดีให้คำปรึกษาและพร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ สามารถติดต่อเราได้ผ่านช่องทางด้านล่างนี้:

Tel: 098-361-0310

Line OA: @lerdthaisupply

Email: Sale@lerdthaisupply.co.th